HighScope กับการส่งเสริมเด็กพิเศษ – เมื่อห้องเรียนเน้นจุดแข็ง มากกว่าความบกพร่อง

Student blog — 24/05/2026

Knowledge
HighScope กับการส่งเสริมเด็กพิเศษ – เมื่อห้องเรียนเน้นจุดแข็ง มากกว่าความบกพร่อง
การสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในห้องเรียนไฮสโคป (HighScope) เน้นการใช้ “รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก” (Active Learning) ที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้มแข็งและต่อยอดจาก “จุดแข็งและความสามารถ” ของเด็ก มากกว่าการมุ่งเน้นไปที่ความบกพร่อง โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
1. การปรับใช้กลยุทธ์การสนับสนุนส่งเสริม (Scaffolding) ตามระดับพัฒนาการ
  • ยึดระดับพัฒนาการจริงไม่ใช่ช่วงอายุ: ครูควรใช้เครื่องมือประเมินผลอย่าง COR Advantage ซึ่งครอบคลุมพัฒนาการตั้งแต่แรกเกิดจนถึงระดับอนุบาล ซึ่งระบบนี้มี 8 ระดับ (0–7) ทำให้ครูสามารถสนับสนุนเด็กที่มีภาวะพัฒนาการล่าช้าได้อย่างแม่นยำ โดยเริ่มจากระดับที่เด็กทำได้จริง
  • การสนับสนุนเป็นรายบุคคล: ในเด็กที่มีความล่าช้าในบางด้าน เช่น ด้านภาษา แต่มีพัฒนาการด้านร่างกายปกติ ครูสามารถออกแบบกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำเพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับการกระตุ้นภาษา นอกจากนี้ ในห้องเรียนไฮสโคปครูจะใช้ตารางการสนับสนุนส่งเสริม (Scaffolding Charts) เพื่อเลือกวิธีสนับสนุนที่เหมาะสมกับความสามารถระดับปัจจุบันของเด็ก (ระดับเริ่มต้น, กลาง, หรือก้าวหน้า) และค่อยๆ ขยายความคิดหรือทักษะของเด็กไปสู่ระดับที่สูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นการเน้นที่จุดแข็ง (Strengths) และแชร์อำนาจควบคุม เพื่อให้เด็กรู้สึกมั่นใจในศักยภาพของตนเอง เช่น ในกิจกรรม “การทดลองเป่าฟองสบู่”
    • ระดับเริ่มต้น (Earlier stage): ครูอาจเพียงทำตาม (Imitate) และพากย์สิ่งที่เด็กทำ เช่น “หนูกำลังเป่าลมแรงๆ จนฟองโตเลยนะ”
    • ระดับกลาง (Middle stage): ครูอาจตั้งคำถามเพื่อขยายความคิด เช่น “ครูเห็นหนูเป่าเบาๆ แล้วฟองมันเป็นอย่างไรนะ?”
    • ระดับก้าวหน้า (Later stage): ครูอาจ “ตั้งความท้าทาย” เช่น “ครูสงสัยว่าถ้าเราเปลี่ยนจากหลอดเป็นกรวย ฟองสบู่จะเปลี่ยนไปอย่างไร?”

2. การปรับสภาพแวดล้อมและวัสดุอุปกรณ์ (Environmental Adaptations) ครูควรจัดพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็กทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ดังนี้
  • สำหรับเด็กที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว: เด็กที่ใช้รถเข็นควรมีโต๊ะระดับต่ำหรือแท่นที่จัดวางในระดับที่เอื้อมถึงเพื่อร่วมกิจกรรมศิลปะ การทดลองวิทยาศาสตร์ หรือกิจกรรม STEM/STEAM ได้
  • สำหรับเด็กที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก: จัดเตรียมวัสดุที่หยิบจับง่าย เช่น แว่นขยายที่มีด้ามจับขนาดใหญ่ กรรไกรที่มีสปริงช่วยดัน บล็อกนุ่มขนาดใหญ่ บล็อกที่ล็อคติดกันได้ง่าย หรือกล่องที่ซ้อนกันได้ เพื่อลดความอึดอัดหรือความคับข้องใจในการใช้งาน
  • สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น: ใช้ฉลากที่มีผิวสัมผัสต่างกัน เช่น ติดกระดาษทรายหรือผ้าสักหลาดหรืออักษรเบลล์บนป้ายสัญลักษณ์วัสดุ การใช้ของเล่นหรือเครื่องใช้จริงติดไว้ตรงชั้นวางของหรือกล่องเก็บอุปกรณ์เพื่อให้เด็กรับรู้ผ่านการสัมผัสเมื่อต้องสำรวจหรือเก็บอุปกรณ์

3. กลยุทธ์การสอนและการสื่อสารที่เหมาะสม
  • ใช้สื่อภาพประกอบ (Visual Supports): สำหรับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในการเข้าใจคำบอกทางวาจา ครูควรมีบัตรภาพขั้นตอนการทำกิจกรรม เพื่อช่วยให้เด็กทำตามกระบวนการได้อย่างเป็นระบบ หรือแม้แต่เด็กที่มีความกังวลสูงในช่วงการเปลี่ยนกิจกรรม ครูสามารถใช้ “ภาพลำดับกิจกรรม” เพื่อให้เด็กเห็นภาพขั้นตอนที่ต้องทำตามกิจวัตรประจำวันอย่างชัดเจน ลดความคับข้องใจและความสับสน
  • การให้คำแนะนำทางกายภาพ: ในกรณีที่เด็กมีปัญหาด้านทักษะการเคลื่อนไหว ครูสามารถให้ความช่วยเหลือแบบ จับมือทำในระหว่างกิจกรรมการสำรวจหรือการใช้เครื่องมือ
  • การปรับกิจกรรมให้เข้ากับอุปกรณ์ช่วยพยุง: ปรับท่าทางหรือการเคลื่อนไหวในกิจกรรมให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ที่เด็กใช้ เช่น การใช้คำว่า “ไถ” หรือ “กลิ้ง” แทนคำที่เน้นการเดินสำหรับเด็กที่ใช้รถเข็น
  • กระตุ้นประสาทสัมผัสพิเศษ: สำหรับเด็กที่หันเหความสนใจไปสิ่งอื่นได้ง่ายหรือวอกแวกง่ายหรือต้องการการกระตุ้นประสาทสัมผัสเพิ่ม ครูอาจใช้วิธีการแตะหรือเคาะจังหวะเบาๆ ที่หลังหรือไหล่เพื่อให้เด็กจดจ่อกับสิ่งที่กำลังสังเกต
4. การประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
ครูควรใช้วิธีการจดบันทึกพฤติกรรม (Anecdotal notes) จากการสังเกตเด็กในขณะเล่นตามธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่เด็กคุ้นเคย วิธีนี้จะช่วยให้ครูเห็นความก้าวหน้าของเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้ชัดเจนกว่าการทดสอบแบบมาตรฐาน และสามารถนำข้อมูลนั้นมาวางแผนการจัดกิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคนได้ อย่างไรก็ตาม การจดบันทึกพฤติกรรม (Anecdotal notes) ในห้องเรียนไฮสโคปโดยใช้เครื่องมือประเมินผลอย่าง COR Advantage มีสิ่งที่ครูควรคำนึง ได้แก่
  • ความเป็นปรนัย: บันทึกเฉพาะสิ่งที่มองเห็นและได้ยินจริง เช่น “เมื่อครูร้องเพลงนกน้อย เด็กชายพงษ์ขยับนิ้วเคาะที่โต๊ะและร้องเพลงพร้อมกับครู” แทนการสรุปว่า “เด็กชายพงษ์ชอบการร้องเพลงและเคาะจังหวะ”
  • การประเมินที่ต่อเนื่อง: การใช้เครื่องมืออย่าง COR Advantage จะช่วยให้บันทึกเหล่านี้ถูกเปลี่ยนเป็นระดับคะแนน 0–7 ซึ่งช่วยให้เห็นความก้าวหน้าของเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้ชัดเจน แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ตาม
  • ไม่นำมาทดแทนเครื่องมือคัดกรอง: แม้การบันทึกนี้จะช่วยในการวางแผนการสอนรายวันได้ดี แต่ ไม่สามารถใช้แทนเครื่องมือคัดกรองเฉพาะทาง ที่ใช้สำหรับการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) หรือแผนการให้บริการเฉพาะครอบครัว (Individualized Family Service Plan: IFSP) ได้

บทสรุป
การส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในห้องเรียนที่ใช้หลักสูตรไฮสโคป (HighScope) จะ มุ่งเน้นไปที่ “การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างกระตือรือร้น” (Active Participatory Learning) ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กทุกคน รวมถึงเด็กพิเศษ ได้มีอำนาจในการตัดสินใจและเรียนรู้ตามระดับพัฒนาการของตนเอง เปลี่ยนจากการเน้น “สิ่งที่เด็กทำไม่ได้” (Deficit Model) ไปสู่การเน้น “สิ่งที่จุดแข็งที่เด็กทำได้และให้สนใจ” (Strength-based Model) ผ่านการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมสื่ออุปกรณ์ให้เหมาะสมกับวิธีการเรียนรู้ของเด็ก ร่วมกับการใช้ตารางการสนับสนุนส่งเสริม (Scaffolding Charts) และเครื่องมือประเมิน COR Advantage ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจและพัฒนาศักยภาพที่แท้จริงของเด็กที่ทีความต้องการพิเศษในห้องเรียนไฮสโคป (HighScope)

ผู้เขียน อาจารย์ ดร.กิตติศักดิ์ เกตุนุติ

แหล่งอ้างอิง
  • เอพสไตน์, แอนส์ เอส. (2564). หลักสูตรไฮสโคป (สุดาเรศ ศิริสิทธิ์ธนภาค, แปล; พิมพ์ครั้งที่ 2). สถาบันวิจัยเพื่อการออกแบบนโยบาย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
  • Epstein, Ann S. (2012). Language, Literacy and Communication: The HighScope
    preschool curriculum. Ypsilanti, MI: HighScope Press.
  • Epstein, Ann S. (2012). Science and Technology: The HighScope preschool curriculum. Ypsilanti, MI: HighScope Press.
📱สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ:

#อยากเป็นครู #ศึกษาศาสตร์ #ม.เอกชน #ครูปฐมวัย #ครูอนุบาล #เรียนต่อปริญญาตรี #UTCC #การศึกษาไทย

แชร์บทความนี้

หลักสูตร

คณะการศึกษาปฐมวัย

*

** คุณสมบัติผู้ขอกู้ กยศ.

*

** คุณสมบัติผู้ขอกู้ กยศ.