จากพฤติกรรมท้าทายสู่โอกาสการเรียนรู้ แนวทางการสอนปฐมวัยที่เคารพความแตกต่าง
Student blog — 10/06/2026
แนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อวัฒนธรรม (Culturally Responsive Practice) เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ครูเข้าใจพฤติกรรมของเด็กอย่างรอบด้าน โดยมองเด็กในฐานะบุคคลที่มีภูมิหลัง ประสบการณ์ และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน บทความจาก NAEYC ได้นำเสนอแนวทางหลัก 5 ประการในการสนับสนุนเด็กปฐมวัยที่มีพฤติกรรมท้าทาย ได้แก่
เมื่อครูเข้าใจบริบทของครอบครัว เช่น กิจวัตรประจำวัน ความเชื่อทางวัฒนธรรม ความสนใจเฉพาะของเด็ก หรือรูปแบบการสื่อสารภายในบ้าน ครูจะสามารถตีความพฤติกรรมท้าทายได้อย่างถูกต้องมากขึ้น และออกแบบกิจกรรมหรือวิธีการดูแลที่สอดคล้องกับตัวตนของเด็ก การสร้างความร่วมมือกับครอบครัวจึงไม่เพียงช่วยลดพฤติกรรมท้าทาย แต่ยังเสริมสร้างความไว้วางใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันในกระบวนการพัฒนาเด็ก
ตัวอย่างเช่น หากมีเด็กเดินไปมาในช่วงกิจกรรมกลุ่ม และไม่สามารถนั่งฟังได้นาน ครูควรพูดคุยกับผู้ปกครอง หากเจอประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ผู้ปกครองกล่าวว่า เด็กคุ้นเคยกับการฟังเพลงและเคลื่อนไหวร่างกายร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ครูจึงควรปรับกิจกรรมช่วงกลุ่มให้มีการร้องเพลงประกอบท่าทาง หรือให้เด็กมีบทบาทช่วยแจกอุปกรณ์ระหว่างกิจกรรม
การมีส่วนร่วมของเด็กในการกำหนดข้อตกลงหรือกติกาในชั้นเรียน จะช่วยให้เด็กเข้าใจเหตุผลและยอมรับความคาดหวังมากขึ้น นอกจากนี้ ความคาดหวังควรถูกถ่ายทอดผ่านการสอน การเป็นแบบอย่าง การเล่น บทบาทสมมติ เพลง หรือภาพประกอบ เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้และจดจำได้ง่าย การเสริมแรงเชิงบวกเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับความคาดหวัง จะช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและส่งเสริมพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น ในชั้นเรียน ครูอาจจะกำหนดความคาดหวังด้านพฤติกรรมร่วมกับเด็ก เช่น “ใช้เสียงเบาในห้องเรียน” “รอคิวเมื่ออยากพูด” และ “ช่วยกันดูแลของเล่น” หรือครูใช้ภาพเด็กในชั้นเรียนแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม ติดไว้ตามมุมต่าง ๆ และสอนผ่านเพลงสั้น ๆ ที่เด็กสามารถร้องตามได้ทุกวัน
ตัวอย่างเช่น ในชั้นเรียนคุณครูอาจจะพบเด็กคนหนึ่งแสดงอาการร้องไห้และปาของเล่นเมื่อถึงเวลาจัดเก็บ ครูไม่ควรตำหนิทันที แต่ควรพูดกับเด็กว่า “ครูเห็นว่าหนูยังอยากเล่นต่อ เพราะของเล่นชิ้นนี้สนุกมากใช่ไหม” จากนั้นครูเสนอทางเลือก เช่น “หนูอยากเก็บของเล่นด้วยตัวเอง หรือให้ครูช่วยเก็บด้วยกัน”
ตัวอย่างเช่น หากมีเด็กสองคนแย่งของเล่นกัน ครูเข้าไปนั่งในระดับสายตาเดียวกับเด็ก พูดด้วยน้ำเสียงสงบ และสะท้อนความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย เช่น “ครูคิดว่าทั้งสองคนรู้สึกอยากเล่นของชิ้นนี้มาก” จากนั้นครูชวนเด็กพูดถึงความรู้สึกของเพื่อน และอ่านนิทานสั้น ๆ เกี่ยวกับการแบ่งปันให้เด็กฟังในช่วงกิจกรรมกลุ่ม
ตัวอย่างเช่น หากพบว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นภายในชั้นเรียน ครูอาจจัดกิจกรรมวงสนทนาในช่วงเช้า โดยเริ่มจากการร้องเพลงเกี่ยวกับมิตรภาพ จากนั้นชวนเด็กพูดคุยว่า “เมื่อวานเกิดอะไรขึ้น” “เรารู้สึกอย่างไร” และ “ครั้งหน้าควรทำอย่างไรให้ทุกคนเล่นด้วยกันได้อย่างมีความสุข”
จึงอาจสรุปได้ว่า การจัดการพฤติกรรมท้าทายในเด็กปฐมวัยผ่านแนวคิดการสอนที่ตอบสนองต่อวัฒนธรรม มิใช่เพียงการแก้ไขพฤติกรรมเฉพาะหน้า แต่เป็นการสร้างระบบความสัมพันธ์ การเรียนรู้ และการดูแลที่เคารพความแตกต่างของเด็กแต่ละคน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาและครูปฐมวัยในการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน และเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมการเรียนรู้ที่มีความเท่าเทียมและยั่งยืนในอนาคต
ที่มา: Price, Charis Lauren และ Steed, Elizabeth A. (2016). Culturally responsive strategies to support young children with challenging behavior. Young Children. National Association for the Education of Young Children.
ผู้เขียน: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฌลาพิชญ์ บุญจิตสิทธิ์ศักดิ์
- คณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- โทร: 02-6976664-5
- เว็บไซต์: https://ece.utcc.ac.th
- Facebook: https://www.facebook.com/EarlyChildhoodUTCC
- Instagram: ece.utcc
- TikTok: ece.utcc
#อยากเป็นครู #ศึกษาศาสตร์ #ม.เอกชน #ครูปฐมวัย #ครูอนุบาล #เรียนต่อปริญญาตรี #UTCC #การศึกษาไทย