สอนวิทยาศาสตร์เด็กเล็กอย่างไร คำตอบจาก HighScope
Student blog — 17/03/2026
บทบาทสำคัญของครูในการสนับสนุนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในห้องเรียนไฮสโคป คือ การทำหน้าที่เป็น “คู่หูในการเรียนรู้” (Learning Partner) ที่สนับสนุนให้เด็กได้สืบเสาะและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ตรง โดยมีรายละเอียดบทบาทที่สำคัญดังนี้:
- การช่วยเหลือสนับสนุนการเรียนรู้ (Scaffolding): ครูต้องสนับสนุนเด็กตามระดับพัฒนาการในปัจจุบันและค่อยๆ ขยายความคิดหรือการใช้เหตุผลไปสู่ระดับที่สูงขึ้นเมื่อเด็กพร้อม
- การใช้เทคนิค Reflective Toss: แทนที่จะตอบคำถามเด็กโดยตรง ครูควร “โยนคำถามกลับ” เพื่อกระตุ้นให้เด็กหาคำอธิบายหรือตั้งสมมติฐานด้วยตนเอง เช่น “ครูสงสัยจังว่าทำไมน้ำแข็งถึงหายไป ? หนูคิดว่ายังไงจ๊ะ?”
- การใช้คำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์: เมื่อเด็กค้นพบสิ่งใหม่ ครูควรนำคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการสรุปสิ่งที่เด็กทำ เช่น “หนูสังเกตเห็นว่าขนนกค่อย ๆ ล่องลอยลงมาอย่างช้าๆ” เพื่อช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสเข้ากับแนวคิดเชิงนามธรรม
- การระบุขั้นตอน: ครูควรแนะนำให้เด็กคุ้นเคยกับคำศัพท์และวิธีการ “สังเกต (Observe) คาดคะเน (Predict) และตรวจสอบ (Check)”
- การระบุพฤติกรรม: ครูช่วยให้เด็กเข้าใจพฤติกรรมสืบเสาะของตนเองโดยการเรียกชื่อสิ่งที่เด็กทำ เช่น “หนูกำลัง คาดการณ์ สิ่งที่จะเกิดขึ้น” หรือ “หนูกำลัง บันทึกข้อมูล“
- การสร้างสถานการณ์ที่น่าประหลาดใจ: ครูควรสร้างโอกาสให้เด็กเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิด หรือเกิดข้อขัดแย้งทางความคิด เพื่อกระตุ้นทักษะการคิดและการใช้เหตุผล
- การเตรียมพื้นที่สืบเสาะ: ครูต้องจัดพื้นที่ให้เหมือนห้องปฏิบัติการที่มีวัสดุปลายเปิด เช่น ของสะสมจากธรรมชาติ (เมล็ดพืช หิน เปลือกหอย) และ เครื่องมือสืบเสาะ (แว่นขยาย แม่เหล็ก เครื่องชั่ง) ที่เด็กสามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างอิสระ
- การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ: ครูควรเลือกเทคโนโลยีที่โต้ตอบได้และเป็นปลายเปิด เพื่อส่งเสริมการค้นพบ ไม่ใช่แค่โปรแกรมที่เน้นการฝึกทักษะแบบซ้ำๆ
- เป็นแบบอย่างการใช้เทคโนโลยี: ครูต้องสาธิตการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและระมัดระวัง และใช้เทคโนโลยีเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างเด็ก
- สนับสนุนการบันทึกข้อมูล (Documentation): ครูควรส่งเสริมให้เด็กบันทึกสิ่งที่สังเกตและผลการทดลองผ่านการวาดภาพ ถ่ายภาพ หรือทำแผนภูมิอย่างง่าย เพื่อช่วยให้เด็กจดจำและสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจนขึ้น
- กระตุ้นการสืบเสาะแบบร่วมมือ: ครูส่งเสริมให้เด็กทำงานเป็นคู่หรือกลุ่มเล็กๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อสังเกตและช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้ขยายความเข้าใจผ่านการสื่อสารกับผู้อื่น
- การจดบันทึกพฤติกรรมแบบสั้น (Anecdotal Notes): ครูต้องสังเกตและบันทึกสิ่งที่เด็กทำและพูดในระหว่างการเล่นอย่างเป็นปรนัย เพื่อนำมาประเมินตาม ตัวบ่งชี้พัฒนาการสำคัญ (KDIs) และนำข้อมูลนั้นมาวางแผนจัดประสบการณ์ที่ตอบสนองต่อความสนใจและระดับพัฒนาการของเด็กแต่ละคนต่อไป
แต่สำหรับในปัจจุบัน ในแต่ละวันที่ครูหรือผู้ใหญ่แต่ละคนต่างเร่งรีบเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กสำหรับโลกอนาคต ถึงเวลาหรือยังที่ครูหรือผู้ใหญ่อาจต้องหยุดและถามตัวเองด้วยคำถามที่สำคัญที่สุดว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทักษะที่จำเป็นที่สุดสำหรับความสำเร็จ ไม่ได้มาจากการที่ “ครูสอน” แต่มาจากการที่ “ครูจัดประสบการณ์” ให้เด็กได้ “สร้าง” มันขึ้นมาด้วยตนเองผ่านการเล่นอย่างมีเป้าหมาย”
คณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณครูปฐมวัยในการจัดประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับเด็กปฐมวัย และมาเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนให้การศึกษาปฐมวัยมีคุณภาพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยของไทย แด่ คุณครูปฐมวัยทุกท่าน สวัสดีวันครู 2569
ผู้เขียน อาจารย์ ดร.กิตติศักดิ์ เกตุนุติ
- Epstein, Ann S. (2012). Science and Technology: The HighScope preschool curriculum. Ypsilanti, MI: HighScope Press.
- คณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- โทร: 02-6976664-5
- เว็บไซต์: https://ece.utcc.ac.th
- Facebook: https://www.facebook.com/EarlyChildhoodUTCC
- Instagram: ece.utcc
- TikTok: ece.utcc
#อยากเป็นครู #ศึกษาศาสตร์ #ม.เอกชน #ครูปฐมวัย #ครูอนุบาล #เรียนต่อปริญญาตรี #UTCC #การศึกษาไทย